ค้นหาบล็อกนี้

วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2559

รายได้ง่ายๆ จากการเริ่มต้น

สมัครสมาชิกหมอเส็ง เพียง 500 บาท




ติดต่อ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
081-8417998 คุณปรีชา , 080-5504821 คุณจูน
หรือ
ศูนย์สมุนไพรหมอเส็ง สะพานพุทธ   www.facebook.com/morsengsapanphut 
หมอเส็งเฮิร์บช๊อป เดอะมอลล์ บางแค   www.facebook.com/morsengthemallbangkhae

วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ประวัติคุณหมอเส็ง

ประวัติคุณหมอเส็ง


ฉัตรชัย แสงสุริยะฉัตร แพทย์ที่ปรึกษาคลีนิคสุขภาพไตรเวชศาสตร์ด้านการแพทย์แผนตะวันออก หรือที่รู้จักกันดีในนาม หมอเส็ง หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรไทยและจีน ด้วยวัยกว่า 70 ปี กับการคลุกคลีอยู่กับร้านขายยาแผนโบราณมาตั้งแต่ครั้งยังเด็ก หมอเส็งจึงได้เรียนรู้ทุกขั้นตอนในการปรุงยาอย่างละเอียดและจดจำตัวยาสมุนไพรทุกชนิดได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะการผลิตหรือการปรุงยาจากสมุนไพรไทยและจีน ซึ่งสมุนไพรทั้งสองชนิดนี้มีความคล้ายคลึงกันมาก ที่นับวันจะมีผู้เชี่ยวชาญอยู่น้อยคนเต็มที เพราะนอกจากจะอาศัยความรู้ความชัดเจนในเรื่องสมุนไพรแล้ว ยังต้องมีประสบการณ์อันยาวนาน ซึ่งประสบการณ์ ความสามารถเหล่านี้ หมอเส็งใช้เวลาเรียนรู้สั่งสมมาจนแตกฉาน
"บ้านเดิมผมอยู่ที่บางคล้า แปดริ้ว เป็นร้านขายยาสมุนไพร รักษาโรคทั่วไป ทั้งก๋งและเตี่ย หรือเรียกว่าทั้งตระกูลผมเป็นหมอยา ซึ่งมีความชำนาญด้านสมุนไพรมาตลอด เตี่ยผมเป็นหมอมาจากเมืองจีน แกจะสอนผมให้รู้จักการใช้สมุนไพร ซึ่งการศึกษาแพทย์แผนโบราณนั้นยากมากต้องเรียนรู้ถึงสรรพคุณของสมุนไพรแต่ละชนิด ถ้าจะใช้สมุนไพรรักษาโรคให้ถูกหลักและให้ออกฤทธิ์รักษาอย่างได้ผลต้องแตกฉาน สมุนไพรเพียงชนิดเดียวไม่สามารถรักษาได้ผล ต้องนำสมุนไพรแต่ละชนิดนำมาผสมผสานกันจึงจะออกฤทธิ์ในการรักษาอย่างได้ผล และจะต้องวินิจฉัยโรคของคนไข้ให้ดีเสียก่อนจึงจะปรุงยารักษาให้ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมได้รับการเรียนรู้มาอย่างลึกซึ้ง"
กระทั่งได้แยกตัวออกมาเปิดร้านของตัวเองที่กรุงเทพฯ รักษาโรคทั่วไปเป็นหมอคู่กับเตี่ยมาตลอด จนเตี่ยอายุมากจึงวางมือให้หมอเส็งดำเนินการต่อไป เพราะเห็นว่าความรู้ความสามารถของหมอเส็งเป็นที่เชื่อถือและไว้วางใจได้แล้ว หมอเส็งได้ไปสอบใบอนุญาต จากกระทรวงสาธารณสุขทั้งทางด้านเวชกรรมและเภสัชกรรม ซึ่งคนที่จะไปสอบได้ต้องมีความรู้ด้านสมุนไพรเป็นอย่างดี ไม่ใช่ใครก็ไปสอบได้ ซึ่งเมื่อสมัยนั้นร้านขายยาแผนโบราณยังมีไม่มากนัก ต่อเมื่อมียาแผนปัจจุบันเข้ามา หมอเส็งก็ขายยาแผนปัจจุบันควบคู่กันไปด้วย ทั้งขายทั้งเป็นหมอไปในตัว พอมาระยะหลังยาฝรั่งเริ่มมาแรง ผู้คนหันไปนิยมกันมากขึ้นด้วย เหตุเพราะกินง่ายและไม่มีกลิ่นฉุนเหมือนยาแผนโบราณ ขณะเดียวกันการแข่งขันของยาแผนปัจจุบันได้ขยายตัวสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว หมอเส็งจึงหันมาเน้นในเรื่องของสมุนไพรทั้งไทยและจีนตามที่ตัวเองถนัดมากขึ้น โดยเฉพาะการรักษาโรคเกี่ยวกับสตรี ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ เลือดลม หรืออาการทางสมองที่เรามักจะพบในคนสูงอายุ และล่าสุดที่ หมอเส็งได้เพียรพยายามศึกษามากกว่า 10 ปี นั่นก็คือมหัศจรรย์ แห่งสมุนไพรไทย ที่ชื่อ “ว่านชักมดลูก” 

หมอเส็งเริ่มต้นการเป็นแพทย์แผนโบราณเมื่ออายุ 18 ปี กระทั่งปัจจุบันผ่านมาถึง 45 ปีแล้ว หมอเส็งได้เล่าถึงประสบการณ์ในการรักษาคนไข้ในสมัยแรกเริ่มว่า

       สมัยแรกที่เริ่มปรึกษาผมก็รักษาโรคพื้นๆ ก่อนพวกปวดหัวตัวร้อน ปวดข้อ ปวดกระดูก ใจสั่น เป็นลม คนสมัยก่อนไม่ค่อยเป็นอะไรเพราะเขากินธรรมชาติ กินยาสมุนไพร และสมัยที่ผมอายุ 20 ย้อนหลังไป 40 กว่าปี คนสมัยนั้นไม่มีนะที่จะเป็นอะไรเพราะเขากินธรรมชาติ กินยาสมุนไพร และสมัยที่ผมอายุ 20 ย้อนหลังไป 40 กว่าปี คนสมัยนั้นไม่มีนะที่จะเป็นโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต มะเร็งสมัยก่อนก็ไม่ค่อยเห็น ตามร้านขายยาสมุนไพรสมัยนั้นมียาอยู่กี่ตัวกัน มีแค่ยาเขียว ยาหมอ ยาแก้ไข้ ยามหาจักร ยากุมารอ้วนพี มีขายยาไม่กี่สิบตัว และสมุนไพรก็ใช้ที่เก็บจากป่า เดี๋ยวนี้ป่าหมดไปเยอะทำให้สมุนไพรไทยหายไป แต่ก่อนป่ามีทั่วไปในเมืองไทย มีป่าที่ไหนมีสมุนไพรที่นั่น ตามท้องนาใกล้บ้านก็มีสมุนไพรอยู่ สมัยก่อนคนที่ขายสมุนไพร เขาจะมีเรือไปเก็บสมุนไพรทางภาคเหนือและภาคใต้ หรือมีเรือไปรับซื้อ บางครั้งก็มีชาวบ้านเอาลงเรือ ลงรถไฟมาขายให้ก็มี และวิธีรักษาของผมในยุคนั้นก็ใช้แพทย์แผนไทยผสมจีน มีการ"แมะจับชีพจร

       การแมะหรือการตรวจจับชีพจรเป็นอย่างไร หมอเส็งได้อธิบายให้ฟังว่า

       การแมะนั้นจะเกี่ยวข้องกับการมี สมาธิ คนตรวจจะต้องมีสมาธิพอสมควร ถ้าคนที่แมะเก่งๆ หากตรวจหัวใจคนไข้ บางทีต้องควบคุมการเต้นของหัวใจตัวเองกับคนไข้ว่ามีจังหวะเดียวกันมั้ย เพราะฉะนั้นการฝึกสมาธิต้องมีบ้าง มาถึงจะไปจับส่งเดชไม่ได้นะครับ แล้วการจับชีพจรนี่ก็จับตรวจโรคได้บางอย่าง บางอย่างก็ตรวจไม่พบ ไม่ใช่ว่าจับชีพจรแล้วจะตรวจพบหมดนะครับ การตรวจจากชีพจรเนี่ยมันบอกถึงการเต้นของหัวใจ การไหลเวียนของเลือด ความร้อนความเย็นในร่างกายมันจะบอกได้จากชีพจรทั้งนั้นเลย เพราะฉะนั้นรหัสการเต้นของชีพจรก็คือรหัสของโรค เราต้องอ่านรหัสแปลเป็นโรค วิธีการจับก็อยู่ในบริเวณข้อมือซึ่งจะมีชีพจรอยู่ ซึ่งถ้าชำนาญจับเดี๋ยวเดียวก็รู้

       ความเชี่ยวชาญในการรักษาโรคด้วยแพทย์แผนโบราณทั้งไทยและจีนของหมอเส็งเป็นที่รู้จักกันมานาน หลายๆ คนเป็นโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายแต่พอมาหาหมอเส็งโรคนั้นกลับหายสนิทจนเป็นที่มาขอการขนานนามหมอเส็งว่าหมอเทวดา

        (หัวเราะ) "อย่าไปพูดอย่างนั้นเลยคือผมเป็นคนที่ถือหลักธรรมชาติเป็นหลักในชีวิต กับที่มาของชื่อนี้ก็คือเมื่อสมัยก่อนผมไปรักษาพระผู้ใหญ่องค์หนึ่ง พอดีท่านป่วยหนักด้วยโรคหัวใจ ลูกศิษย์ท่านก็เชิญผมไปรักษาที่วัดป่าบ้านตาด ผมก็ตรวจและจัดยาถวายท่านจนหาย และท่านก็เรียกผมว่า...โยมหมอเทวดา” (หลวงพ่อที่หมอเส็งกล่าวถึงนั้นก็คือหลวงตามหาบัวนั่นเอง)

ระยะเวลาในการรักษาแต่ละโรคนานมั้ยคะ

       ส่วนมากที่นี่เราจะรับประกันได้ว่าจ่ายยาปุ๊บต้องได้ผล ผมจะจ่ายยาให้คนไข้ครั้งละ 10 วันถ้า 10 วันไปแล้วไม่ดีขึ้นคุณกลับมาเราจะเปลี่ยนยาให้โดยไม่เสียเงินเลยและถ้าเปลี่ยนแล้วยังไม่ได้ผลคุณเอาเงินคืนไปผมไม่รักษาต่อ คือการเป็นหมอเนี่ยเราจะรักษาโรคทุกอย่างไม่ได้ ไม่ใช่ว่ามาแล้วเราจะรับรักษาหมดเราต้องรู้ว่าความสามารถเราอยู่ตรงไหน อย่างผมถนัดทางโรคหัวใจ ปอด ตับ ไต สมอง โรคภูมิแพ้ในเด็ก โรคของผู้หญิงเกี่ยวกับมดลูกอันนี้รับประกันว่าได้ผลแน่นอนเรารักษาได้ อย่างโรคหัวใจเรารับรักษาโดยใช้สมุนไพรหลายตัว ถ้าใครพูดว่ารักษาโรคหัวใจได้โดยใช้สมุนไพรตัวนั้นตัวนี้เพียงตัวเดียวรักษาไม่ได้ผลหรอก สมุนไพรแต่ละตัวมีฤทธิ์จริงแต่ก็ต้องอาศัยสมุนไพรตัวนั้นตัวนี้เพียงตัวเดียวรักษาไม่ได้ผลหรอก สมุนไพรรักษาหัวใจก็มีพวกจันทน์ขาว จันทน์หอม เทียนทั้ง 5 ว่านน้ำฯลฯ มีเป็นตำรับเอามาต้มหรือบดเป็นผงกินก็ได้ซึ่งแต่ละคนจะมีวิธีใช้ไม่เหมือนกันเราต้องดูคนไข้ด้วย

เคยใช้พลังจิตมารักษาควบคู่กับสมุนไพรธรรมชาติมั้ยคะ ?

       ถามว่าเคยมั้ย เอาเป็นว่าถ้าใครที่มีพลังจิตอ่อนแอผมรักษาได้ ในเมื่อจิตเป็นพลังงาน เราก็เริ่มพลังงานให้เขาจนจิตแข็งแรง แล้วเขาก็จะต่อสู้เอง เขาจะเลิกกลัว เลิกวิตกกังวล คนเราชอบคิดว่าพลังจิตเป็นของพิสดาร ความจริงไม่ใช่ของพิสดารหรอกทุกคนก็มีจิตเป็นต้นกำเนิดของกำลังงาน ถ้าจิตเสียคือตื่นเต้นง่าย เครียด ห่อเหี่ยว ขี้กลัว ไม่มั่นใจในตัวเองก็จะทำให้กำลังเราลดลงไปทันที เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย หรือถ้าจิตอ่อนเวลาไปงานศพกลับมาก็มักจะไม่สบาย ตรงนี้มันสื่อถึงกันได้รับสิ่งไม่ดีกลับมาได้ง่าย

สมัยนี้มีโรคแปลกๆ เกิดขึ้นมาเยอะจะมีวิธีอะไรที่จะป้องกันโรคได้คะ?

        มันยาก ทำยาก เพราะปัจจุบันนี้ทุกอย่างมันก้าวหน้าเกินไป สารเคมีเยอะไม่ว่าจะเป็นพืชผัก ผลไม้ ใช้เคมีตลอด ข้าวก็มีเคมีหรือแม้แต่สัตว์อย่างไก่ สมัยก่อนต้องเลี้ยงถึง 6 เดือน ถึงจะได้กินแต่เดี๋ยวนี้เลี้ยง 45 วันก็ได้กินแล้ว โรคแปลกๆ ที่เกิดขึ้นทุกวันนี้หลายโรคแพทย์แผนปัจจุบันยังหาวิธีรักษาไม่ได้เป็นเพราะสิ่งแปลกปลอมในบรรยากาศคือมลพิษทางอากาศ สารเคมีจากพืช ผัก ผลไม้และเนื้อสัตว์ มีอยู่ทางเดียวที่จะป้องกันไม่ให้ตัวเองเป็นโรคก็คือคุณต้องรักษาร่างกายของคุณให้สะอาด อย่าให้มีสารพิษคั่งค้างในตัว ซึ่งที่สถานพยาบาลของผมก็มียาที่กินเพื่อไม่ให้สารพิษคั่งค้างในตัว ยาตัวนี้มันจะดูดซึมสารพิษและระบายออกมานิดหน่อย

ท้ายสุดหมอเส็งได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับการใช้ยาสมุนไพรไว้ว่า

        สมุนไพรไทยเนี่ยยอดเยี่ยมมาก อย่างว่านชักมดลูกเนี่ยก็คือสมุนไพรตัวหนึ่งเชื่อมั้ยว่าสามารถสร้างผู้หญิงที่ไม่มีหน้าอกให้มีหน้าอกได้ หรือคนที่เสื่อมสภาพทางเพศพอกินตัวนี้อารมณ์ก็จะปรกติ มีข้อดีหลายอย่างเพียงแต่ว่าต้องผสมให้ถูกหลัก และขอบอกอย่างหนึ่งว่า การใช้ตัวยาสมุนไพรเนี่ย เช่นฟ้าทะลายโจรที่แก้ร้อนใน แก้ไข้หวัด เราจะอาศัยฟ้าทะลายโจรตัวเดียวรักษาทุกโรคไม่ได้ มันต้องมียาตัวอื่นแทรกเข้าไปด้วยจึงจะออกฤทธิ์ได้ดี และใครบอกว่ายาสมุนไพรหายช้ายาแผนปัจจุบันหายเร็ว...ไม่จริงหรอก ยาที่ถูกโรคเท่านั้นที่จะทำให้หายเร็ว เพราะฉะนั้นชีวิตผู้เจ็บป่วยทุกคนมีหวังนะครับ

บริษัท แสงสุริยะฉัตร (2002) จำกัด 
Address
 : เลขที่ 89/211 ม.8 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี 12120 
Tel. :
 02-529-7200-99 
Fax :
 02-516-4288 
web :
 www.chatsuriya.com 
e-mail :sale@chatsuriya.com
 ,manager@chatsuriya.com


เกี่ยวกับบริษัทแสงสุริยะฉัตร(2002) จำกัด

เกี่ยวกับบริษัท

          
ด้วยภูมิปัญญาและความสามารถทางการแพทย์แผนโบราณที่สืบทอดกันมานานหลายชั่วอายุคนนับร้อยๆปี ได้ถูกนำมาผสมผสานกับวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าสูงสุด และได้เผยแพร่ประโยชน์อเนกอนันต์นี้สู่สาธารณชน โดยผ่านกระบวนการทางการตลาดระบบเครือข่ายที่ทันสมัยและถูกต้องตามกฎหมาย อันเป็นรากฐานอันสำคัญนำไปสู่ความมั่นคงและมั่งคั่งของชีวิตผู้คนจำนวนมากมาย
          ด้วยเจตนารมณ์ดังกล่าวข้างต้นนี้ จึงเป็นจุดกำเนิดก่อเกิดเป็นบริษัท ฉัตรสุริยะ(2002) จำกัด ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรไทย ตราหมอเส็ง ในวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2545 และเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2545 ณ สำนักงานเลขที่ 703 ถนนวงศ์สว่าง แขวงบางซื่อ กทม. จากนั้นภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี ด้วยความเจริญเติบโตก้าวหน้าทางธุรกิจอย่างรวดเร็ว ในวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2546 จึงได้ลงทุนสร้างโรงงานขนาดใหญ่ ได้มาตรฐานสากล ณ อ.หนองแค จ.สระบุรี  เพื่อเพิ่มศักยภาพทางด้านการผลิตยาสมุนไพรตราหมอเส็งให้ทันต่อความต้องการของผู้บริโภค
          ต่อมาอีกเพียง 1 ปี บริษํทฯ ได้พัฒนาระบบโครงสร้างการดำเนินงานภายในใหม่ทั้งหมด ทั้งนี้ เพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจไปสู่ตลาดโลก พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อใหม่ ให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิมเป็น บริษัท แสงสุริยะฉัตร(2002) จำกัด  และในวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 ได้ย้ายสำนักงานมาที่ อาคารหมอเส็ง เลขที่ 89/211 หมุ่ที่ 8 ถ.พหลโยธิน ต.คลองหลวง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี บนพื้นที่กว่า 15 ไร่ ด้วยเงินลงทุนมากกว่าพันล้านบาท เป็นอาณาจักรแห่งใหม่ ใหญ่กว่าเดิม สามารถที่จะรองรับการเติบโตของธุรกิจที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยและอีกหลายประเทศทั่วโลกทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้เป็นอย่างดี
          ณ บัดนี้บริษัทฯ จึงมีความพร้อมที่จะมอบสุขภาพที่ดีให้กับผู้คนทั่วโลก และมอบโอกาสทางธุรกิจที่เหนือระดับให้กับบุคคลทั่วไปอย่างเท่าเทียมกันทุกคน


วันจันทร์ที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

แผนการตลาดหมอเส็ง น่าสนใจแค่ไหน มาดูกัน

แผนการตลาดหมอเส็ง


ก้าวแรกสู่การสร้างรายได้แบบไร้ขีดจำกัด
ด้วยแผนการตลาดที่ทำง่าย ให้รายได้สูง ยุติธรรมและถูกกฎหมาย

เริ่มต้น สมัครสมาชิก 500 บาท 
รับฟรีทันที 


1.คู่มือดำเนินธุรกิจ
2.สินค้ายาบำรุงร่างกายเบอร์ 2 (200 ซี.ซี.) หรือว่านชักมดลูกสูตร 2 (200 ซี.ซี.)
3.สิทธิซื้อสินค้าราคาสมาชิก ที่สามารถนำไปสร้างผลกำไรได้ทันที
     
ก้าวต่อไป : ทำคะแนน ส่วนตัว 300 PV ขึ้นสู่ตำแหน่ง Silver เพื่อสิทธิในการรับโบนัสอีก 3 ทางคือ



หากวันนี้คุณได้ตัดสินใจทำธุรกิจเครือข่ายกับหมอเส็ง คุณมีโอกาสสร้างอนาคตที่รุ่งเรือง สดใส ท้าทายกับสิ่งใหม่ๆ ความฝันที่คุณวาดหวังไว้ มีโอกาสและช่องทางที่จะไปให้ถึงได้ คุณมีโอกาสเปลี่ยนแปลงชีวิตคุณได้ อย่างที่คุณไม่คาดฝัน
แต่หากวันนี้คุณยังไม่ตัดสินใจ ชีวิตคุณก็ยังอยู่เหมือนเดิม ความจำเจซ้ำซาก ความน่าเบื่อกับการต้องรับคำสั่งจากเจ้านาย ความฝันต่างๆที่คุณวาดหวังไว้ ก็ได้เป็นเพียง "ความฝัน" ที่มีความสุขเฉพาะเวลาคุณหลับฝันถึง (ถ้าหลับฝันไม่ถึงก็ไม่ได้อีกนะ)
อย่าลังเล ศึกษาให้ดี แล้วเรามาเป็นหุ้นส่วนธุรกิจหมอเส็งด้วยกันนะคะ

จูน 080-5504821 , ft.tune@gmail.com

วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

การแพทย์ทางเลือก !!

ในปัจจุบันนี้ การเจ็บไข้ได้ป่วยของคนเราล้วนเป็นผลมาจากการดำเนินชีวิตประจำวันของเราทั้งสิ้น ส่วนมากเรามักจะไม่ค่อยสนใจต่อสุขภาพของตนเอง มีการใช้ร่างกายอย่างฟุ่มเฟือย เมื่อเจ็บป่วย ก็จะปล่อยให้เป็นภาระหน้าที่ของแพทย์ในการรักษาโรค แม้ว่าวงการแพทย์ของเราได้มีการพัฒนาให้ก้าวหน้าไปอย่างมาก แต่ในขณะเดียวกันการพัฒนาการของโรคก็มีการพัฒนาตามไปด้วย มีโรคใหม่ที่เป็นอันตรายเกิดขึ้นมากมายเช่น โรคไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ใหม่ โรคเอดส์ โรคเกี่ยวกับการบริโภคเช่นโรคอ้วน ไขมันในเลือดสูง โรคหัวใจ โรคมะเร็ง เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ 
โรคต่างๆข้างต้น แสดงให้เห็นว่าเป็นผลจากสิ่งแวดล้อม มลพิษ คุณภาพอาหารและการบริโภค ภาวะความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจ ถ้าเราี่ต้องการมีสุขภาพที่ดีห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ เพื่อให้เรามีภูมิต้านทานต่อโรค ร่างกายก็จะไม่เจ็บไข้ได้ป่วยง่าย
การแพทย์ทางเลือกหรือการแพทย์แบบผสมผสาน อาจมีรายละเอียดปลีกย่อยและแตกต่างกันไปบ้าง แต่ประเด็นสำคัญใหญ่ๆก็คือ การเลือกสรรอาหาร พืชผัก สมุนไพรที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย การออกกำลังกายเสริมสร้างสุขภาพ การพักผ่อน การฝึกควบคุมอารมณ์และจิตใจ เหล่านี้ล้วนเป็นวิถีเพื่อสุขภาพที่ประหยัดและเป็นธรรมชาติ  ในการสร้างเสริมภูมิชีวิตให้แข็งแรง ช่วยตนเองให้ห่างไกลจากโรคภัยไข้เจ็บ
การแพทย์ทางเลือก (Alternative Medicine) คือการรักษาพยาบาลอีกรูปแบบหนึ่ง แตกต่างไปจากการแพทย์แผนปัจจุบัน มีหลายทางให้เลือกรักษา เพื่อให้เหมาะกับตัวเราเอง เช่น การนวดกดจุด การฝังเข็ม การใช้สมุนไพร กินอาหารแบบชีวจิต ออกซิเจนบำบัด วารีบำบัด การฝึกลมปราณ ฯลฯ

     หมอเส็ง คือการแพทย์ทางเลือก  หมอเส็งคือนายแพทย์แผนโบราณจดทะเบียนที่ใช้สมุนไพรในการปรับสมดุลภายในร่างกาย หลักการคือช่วยให้ธาตุทั้งสี่ภายในร่างกายทำงานได้อย่างปกติและมีประสิทธิภาพมากที่สุด เมื่ออวัยวะต่างๆภายในร่างกายทำงานได้ตามปกติ ภูมิต้านทานโรคของเราก็ทำงานอย่างมีประสิทธิผล โรคร้ายต่างๆก็ไม่สามารถทำอันตรายต่อร่างกายเราได้ ใช้ร่างกายเราเยียวยาตัวมันเอง เสริมสร้างส่วนที่สึกหรอ
          ลองมองย้อนกลับไปดูตั้งแต่ตื่นเช้าจนหลับในแต่ละวัน ว่าเราเจอมลภาวะอะไรบ้าง ไม่ว่าอากาศที่เราหายใจ อาหารที่รับประทาน น้ำที่ดื่ม ปัญหาต่างๆโดยเฉพาะความเครียด ฯลฯ สิ่งต่างๆเหล่านี้ก่อให้เกิดปัญหาอนุมูลอิสระ (Free Radicals) สะสมอยู่ในร่างกายเป็นประจำทุกวันแบบไม่รู้ตัว วันนี้คุณอาจจะยังแข็งแรงอยู่ แต่เมื่อใดที่ภูมิต้านทานคุณอ่อนแอ เมื่อนั้นโรคต่างๆก็จะแสดงอาการออกมา
          สาเหตุหลักที่เกิดโรคเหล่านี้ก็คือเจ้าอนุมูลอิสระนี่เองที่ไปทำให้เซลล์อ่อนแอ หรือเซลล์ขาดออกซิเจน มันจะทำลายตั้งแต่ระดับเซลล์ไปจนถึงระดับอวัยวะ วารสารการแพทย์ต่างๆทั่วโลก ได้ตีพิมพ์ถึงผลการค้นคว้าหาวิธีหลีกเลี่ยง และปราบปรามเจ้าอนุมูลอิสระเหล่านี้ ซึ่งทำได้ด้วยวิธีการกินอาหารที่มีสารแอนตี้อ๊อกซิแดนซ์นั่นเอง
          หมอเส็งได้นำสมุนไพรที่มีสารแอนตี้อ๊อกซิแดนซ์หลากหลายชนิด มาผสมผสานเข้ากันอย่างได้สัดส่วนที่เหมาะสม เสริมฤทธิ์ยาของสมุนไพรแต่ละตัวซึ่งมีคุณสมบัติเด่นไม่เหมือนกัน ทำให้สมุนไพรของหมอเส็ง ช่วยบำบัด เยียวยา เสริมสร้าง ป้องกันร่างกายเราให้มีภูมิต้านทานโรคได้ ผู้ป่วยหลายๆท่านที่รักษาทางแผนปัจจุบันไม่หาย เมื่อมาทานยาคุณหมอเส็ง อาการต่างๆที่เป็นก็ค่อยๆดีขึ้น คุณหมอเส็งได้สมญานามว่า "หมอเส็งเจ้าแห่งสมุนไพรไทย"
         หมอเส็งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณในสาขาเภสัชกรรมเมื่อ 25 สิงหาคม 2538 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณในสาขาเวชกรรมเมื่อ 26 สิงหาคม 2539  ดังนั้น หมอเส็งจึงเป็นนายแพทย์แผนโบราณที่สามารถตรวจ วินิจฉัย รักษาโรคได้ จ่ายยาได้อย่างถูกหลักการแบบแพทย์แผนโบราณ หมอเส็งได้ช่วยผู้ป่วยจำนวนมากที่รักษาแบบแผนปัจจุบันแล้วไม่หาย ช่วยให้ผู้ป่วยที่ไม่มีทางเลือก หรือไม่ได้เลือกในวิธีการรักษา ให้สามารถมีทางเลือกในการแพทย์ทางเลือกที่ดีสำหรับตัวเองได้  
ท่านที่สนใจการแพทย์ทางเลือก ต้องการให้คุณหมอเส็งตรวจสุขภาพ (แมะ) ฟรี!!
ติดต่อได้ที่ ft.tune@gmail.com หรือ 0805504821

วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

การตลาดแบบ MLM คืออะไร??

MLM คืออะไรหรือ?? ที่จริงแล้ว MLM ย่อมาจากคำว่า Multi Level Marketing การตลาดแบบหลายชั้น เรามาเรียกว่าธุรกิจเครือข่ายดีกว่านะ ปัจจุบันนี้เจ้าของธุรกิจหลายๆรายได้นำธุรกิจของตัวเองเข้าสู่ระบบเครือข่ายมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะมันมีข้อดีคือ ลดภาระค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์ พ่อค้าคนกลาง ค่าขนส่งฯลฯ เมื่อภาระต่างๆเหล่านี้น้อยลง เจ้าของธุรกิจก็จะได้มีเวลามาพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการมากขึ้น  มีบริษัทที่จดทะเบียนเข้าระบบเครือข่ายนับเป็นหมื่นๆบริษัทในอเมริกา อีกสองหมื่นกว่าบริษัทในญี่ปุ่นและไต้หวัน ส่วนในไทยก็ประมาณ 400-500 บริษัท เช่น A-Smart ของตระกูลอัศวโภคิน, โสมเกาหลีตังกุยจับ, FreshMart, Uniliver, Loxley, บริษัทยาและอาหารเสริมต่างๆ รวมทั้งข่าวที่ว่าเจ้าของบริษัทเครื่องดื่มชูกำลังของไทยก็จะโดดเข้าร่วมวงด้วยเช่นกัน
    
     คุณเห็นความจริงและแนวโน้มของธุรกิจเครือข่าย รวมทั้งโอกาสของเราที่มีต่อแนวโน้มนี้ไหม
     ธุรกิจเครือข่ายไม่ใช่การรับจ้างทำงานหรือเป็นลูกจ้างของบริษัท
     แต่มันคือธุรกิจของคุณเอง การบริหารงานอยู่ในมือคุณ
     แล้วคราวนี้คุณจะจัดการกับธุรกิจของคุณอย่างไร

บุคคลที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจ MLM

     บุคคลที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจ MLM นั้น จะต้องเป็นบุคคลที่มีความจริงใจกับลูกค้า และสอนทีมงานให้เป็น โดยควรจะมีมุมมองดังนี้
1. การแนะนำลูกค้า เราจะต้องคิดเหมือนลูกค้า ต้องทำให้ลูกค้าเข้าใจถึงความคุ้มค่าในการซื้อสินค้า กล่าวคือ สินค้าของธุรกิจใน MLM มักราคาแพงในเชิงของราคา แต่ในเชิงความคุ้มค่าแล้ว มักจะคุ้มค่ากว่าสินค้าทั่วไป หากผู้ขายไม่เคยทดลองใช้ ไม่เคยเก็บข้อมูลการใช้ด้วยตนเองแล้ว จะไม่มีวันทราบเลยว่า สินค้านั้นคุ้มค่ากับลูกค้าของเรา
2. สินค้าใดหากเราไม่เคยใช้ เราไม่มั่นใจ เราจะไม่นำเสนอ แต่หากลูกค้าสนใจเอง และตัดสินใจซื้อจาก catalog นั่นเป็นสิทธิของลูกค้า
3. เราต้องเน้นสินค้าที่เรามีความชำนาญและถ่ายทอดความรู้ของเราไปให้ทีมงานฟัง สอนให้ทีมงานสะสมความรู้ในสินค้า พิสูจน์ความคุ้มค่าของสินค้าให้กับทีมงาน เพื่อที่ทีมงานของเราจะได้แนะนำสินค้าให้กับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. คัดสรรทีมงานที่จะเข้ามาในเครือข่ายของตนอย่างพิถีพิถัน เพราะหากเราไปหลอกเขามา เราจะเหนื่อยและเสียเวลาในการสอน สู้คัดบุคคลที่มีความเชื่อมั่นในธุรกิจ เชื่อมั่นว่าธุรกิจนี้เป็นอนาคตของเขา จะดีกว่ามากเพราะเขาจะมุ่งมั่น ตั้งใจ และดูแลลูกค้าเขาเป็นอย่างดี ซึ่งผลที่ตามมาคือ องค์กรของเราก็จะเติบโตอย่างมั่นคง (โดยส่วนใหญ่ผู้ที่ล้มเหลวในธุรกิจ MLM มักใจร้อน ใช้วิธีสุ่มคนให้เข้ามาเป็นจำนวนมากๆเข้าไว้ และสอนให้ใช้สินค้ามากๆ ซึ่ง Upline ก็หวังประโยชน์จากการใช้สินค้าของ Downline สุดท้าย Downline ขายไม่เป็น Downline ก็ตาย แล้วไม่นาน Upline ก็ตายตามไปด้วย)
5. ต้องสอนให้ทีมงานตกปลาเป็น หมายถึงต้องสอนให้ทีมงานดูแล เอาใจใส่ลูกค้าเป็นอย่างดี แนะนำสินค้าที่ดีให้กับลูกค้า เมื่อชื่อเสียงเราดี ลูกค้าของเราก็จะขยายชื่อเสียงของเราให้เอง เราก็จะค่อยๆมีลูกค้ามากขึ้น นั่นก็หมายถึง รายได้เรามากขึ้นด้วย (แต่หากใครคิดว่าจะมีรายได้มากโดยใช้เวลาสั้นๆนั้น เข้าใจผิด!!! ส่วนใหญ่เป็นภาพลวงตา เพราะผู้ขายมักจะขายคนรอบข้างแบบไม่ค่อยเข้าใจสินค้า จึงทำให้เหมือนหลอกขาย ทั้งญาติ เพื่อนฝูง คนรู้จัก สุดท้ายก็จะเสียญาติ เพื่อนฝูงและคนรู้จักไปทั้งหมด นี่แหละสาเหตุของความล้มเหลวในธุรกิจ MLM ทั้งเสียชื่อ และชื่อเสียไปเลย)
6. เข้าฟังการอบรมอย่างต่อเนื่อง เพราะการฟังผู้ที่ประสบความสำเร็จ จะช่วยกระตุ้นให้เรามีความฮึกเหิมมากขึ้น แต่การฟังต้องฟังอย่างมีสติ วิธีการแต่ละอย่างนั้นดี แต่ต้องนำมาปรับใช้กับจริตของตัวเราเอง วิธีที่ดีอาจเหมาะสำหรับคนบางคน แต่ไม่ใช่ทุกคน ต้องไม่โลภ อยากเลื่อนระดับเร็วๆ เพื่อหวังรายได้ที่มากขึ้น ถ้าขาดสติก็จะนำไปสู่ความคิดที่จะ หลอกขายสินค้า ตุนสินค้า ฯลฯ ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านี้ จะนำเราไปสู่ความเสื่อมขององค์กรเอง
7. ต้องใจเย็นๆ ไม่ต้องรีบร้อนโต แต่ให้ทำอย่างสม่ำเสมอ เพราะความใจร้อน มักสะท้อนความโลภ จนลืมหลักการของผู้แทนจำหน่ายที่ดี ซึ่งต้องจริงใจกับลูกค้า และนำเสนอสิ่งที่คุ้มค่ากับลูกค้าเท่านั้น
8. ไม่ท้อแท้ง่าย ต้องอดทน ทุกธุรกิจย่อมมีคนชอบและไม่ชอบทั้งนั้น หากมีคนไม่เข้าใจเรา ก็พยายามอธิบายให้เข้าใจในสิ่งที่ถูกต้อง ได้เท่าไหนเอาเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเครียดนะจ้ะ เพราะความเครียดจะเป็นบ่อเกิดของโรคร้ายอีกนานับประการ เมื่อเราอดทนและสามารถอยู่รอดได้ในธุรกิจนี้ เราก็จะมีลูกค้าเพิ่มจากหนึ่งเป็นสอง สาม สี่ ..... นั่นหมายถึงเราก็จะมีรายได้เพิ่มมากขึ้นตามตัว
9. ควรเริ่มทำตั้งแต่อายุยังน้อยๆ เพราะว่าบุคคลหลายคนที่ต้องรีบร้อนโตเพราะตัวเองมีภาระมาก ต้องใช้เงินมาก จึงคิดหาวิธีที่จะหลอกระบบ แต่หารู้ไม่ว่า นั่นคือวิธีที่ผิด เพราะลืมพื้นฐานของตัวเอง เพราะลืมไปว่ารายได้ของเรานั้นมาจากการสอนทีมงานให้ดูแลลูกค้าของพวกเขาเป็น และมาจากการดูแลลูกค้าของเราเอง หากไม่ทำสองสิ่งนี้ มามัวแต่จะหลอกระบบ สุดท้ายระบบก็ฆ่าเราเอง หากเราเริ่มตั้งแต่สมัยเรียน ภาระไม่มี ก็จะไม่รีบร้อน ค่อยๆทำธุรกิจของเราไป ค่อยๆโต เรียนจบมาก็สมัครทำงานตามปกติ ทำ MLM เป็น Part time จนรายได้มากพอ ค่อยออกมาทำเต็มตัว ไม่ต้องคอยมาทนนายบ่น นายว่าเช้าเย็น
10. ต้องทำด้วยความเสียสละและมีคุณธรรม การทำอย่างเสียสละคือการช่วยให้ทีมงานประสบความสำเร็จก่อน เราจึงจะประสบความสำเร็จ ต้องให้ทีมงานมากกว่าที่เขาสมควรได้รับ การช่วยเหลือต่างสายงานบางครั้งก็จำเป็นต้องทำ ด้วยความใจกว้าง ทำอย่างมีสติ จริงใจ ส่วนเรื่องคุณธรรมนั้นสำคัญอย่างยิ่ง อย่าลืมว่าเรากำลังอยู่ร่วมกับ คน เราจึงต้องไม่ริษยา ไม่นินทาว่าร้ายผู้อื่น ไม่แย่งทีมงานคนอื่น ไม่โกง ไม่โกหก ไม่ก่อปัญหาชู้สาว ไม่เหยียบหัวทีมงานเพื่อขึ้นตำแหน่ง ไม่ลืมตัว บางคนเพียงแค่ประสบความสำเร็จในระดับปานกลางเท่านั้น ก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน หยิ่งทะนง ดูถูกคนอื่น คุยข่ม อวดตัว วางก้าม ฯลฯ
     ขอเพียงเราทำอย่างจริงจัง ทำอย่างอดทน ทำอย่างสม่ำเสมอ ทำอย่างมีคุณธรรม ศึกษาเรียนรู้สินค้าเพิ่มเติมตลอด เมื่อถึงระยะเวลาหนึ่งเราก็จะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน อย่าลืมว่าธุรกิจ MLM นั้นเป็นธุรกิจที่ลงทุนน้อย ความเสี่ยงก็ต่ำ ถ้าเราประพฤติตัวได้อย่างที่แนะนำทั้ง 10 ข้อ เราก็จะประสบความสำเร็จอย่างคาดไม่ถึง
     จงอย่าปิดโอกาสตัวเอง อย่าดูถูกตัวเอง และอย่าให้ใครดูถูกเรา(ถูกหลอก) เลือกองค์กรที่มั่นคงและน่าเชื่อถือ ผ่านการพิสูจน์มาแล้วสักระยะหนึ่ง องค์กรนั้นกำลังโต ไม่ใช่เพิ่งเริ่มต้นหรือกำลังสู่ขาลง เมื่อเลือกได้แล้วก็ ลุย...เต็มที่เลยครับ ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จ

หากท่านมีปัญหา ยินดีแลกเปลี่ยนความคิดเห็น


โทร. 08-0550-4821